วัดต้นสน จ.อ่างทอง

Title of the document เจริญสุขท่านสาธุชนทั้งหลาย ต่อไปนี้ขอเชิญรับฟังรายการธรรมะประทีปสถานีวิทยุFM จากวัดต้นสน จังหวัดอ่างทอง ขนาดคลื่น 100.5 MHz และ ออกอากาศทุกวัน 24 ชั่วโมงและทางสถานีวิทยุกองพล ปตอ ขนาดคลื่น 594 ได้ในเวลา 5:30 น ถึง 6:00 น ได้เป็นประจำทุกวันและสาธุชนทั้งหลายจะไปบวชเนกขัมมะ บวชชีพราหมณ์ปฏิบัติธรรมที่วัดต้นสนได้ทุกวัน และขอเชิญชวน ไปร่วมพิธี สวดมนต์ วันที่ 31 ธันวาคม2566 และ วันที่ 1มกราคม 2567 ที่วัดต้นสนจัดการบวชเนกขัมสวดมนต์ ข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี บวชได้ 3 วัน คือวันที่ 30 - 31 ธค. 66 วันที่ 1 มค.67 ได้ถึง 2 เดือน คือ เดือน ธค. และ เดือน มค. สอง ปี คือ พศ.2566 และ พศ.2567 เฉพาะวันที่ 31 ธ.ค.2566 เวลา 16.00 น. มีการแห่บายศรี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เวลา 19.00 น. พระอาจารย์ราชันย์พร้อมด้วยคณะทำพิธีเบิกบายศรี ติดต่อสอบถามรายละเอียด ที่เบอร์โทรศัพท์ 086 122 5888 โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงเทพ บัญชีเลขที่ 384 0 384 691 ได้ทุกวันเทอญ. เชิญเป็นเจ้าภาพห้องน้ำห้องสุขา ที่ตึกวิปัสสนา เกศแก้วจุฬามณี 120 ห้อง ๆ ละ 25.000 บาท ท่านผู้เดียวรับเป็นเจ้าภาพ 1 ห้อง หรือหลาย ๆ ท่าน รวมกัน 1 ห้อง ก็ได้ หรือจะบริจาคร่วมตามศรัทธาก็ได้ เจ้าภาพห้องสุขา 1.พระเทพสุวรรณมุนี เจ้าอาวาสวัดต้นสน อ่างทอง จำนวน 1 ห้อง 25,000 บาท (2) แม่ชีสุพรรษา จุลบุตร วัดต้นสน อ่างทอง เจ้าภาพห้องสุขา 1 ห้อง 25,000 บาท อุทิศให้เตี่ยยู้ แม่แสวง จุลบุตร (3) คุณบุญพร พฤกษ์รุ่งโรจน์ 25,000 บาท (4) คุณชูชัย คุณสุปราณี จตุพิธพรจันทร์ เจ้าภาพห้องสุขา 1 ห้อง (5) คุณไสว ยาหอม คุณหวังดีทัพวงค์ พร้อมครอบครัว 1 ห้อง 25,000 บาท บาท อุทิศให้ พ่อพรวน และ ด.ต. หญิงสมัญา ยาหอม (6) คุณปราณี นีซัง แม่ชีทิพยา เหมือนแววเพชร์ 25,000 บาท บาท (7) คุณอำนวย ลือไชยคราม จ.นทบุรี 25,000 บาท บาท (8) คุณภมรมาศ ฉัตรฉายา กทม. 1 ห้อง 25,000 บาท บาท (9) คุณนันท์นภัส นายสตีเว่นชาร์ล ชิดติด เจ้าภาพห้องสุขา 1 ห้อง 25,000 บาท บาท (10) คุณวนิดา พรหมสุวรรณ คุณวิมล รุ่งเรื่องพัฒนา เจ้าภาพห้องสุขา 1 ห้อง 25,000 บาท (11) คุณเยาวลักษณ์ เสียงสุวรรณ 10,000 บาท (12) คุณมลฤดี แซ่อั้ง รับ 1ห้อง (13) คุณงึ่งกี่ มาลัยกฤษณะชลี หจก.อ่างทองการยาง 10,000 เชิญจอง ผ้าป่ามหาสงกรานต์ ทอดวันที่ 13 เมษายน 2567 เวลา 13.00 น. จองผ้าป่า ได้ที่ โทร.086 122 5888 จัดกระบวนแห่ผ้าป่ามหาสงกรานต์ 13 เมษายน 2567อย่างโหราฬ กองละ 1000 บาท รายชื่อเจ้าภาพ มี รายชื่อดังนี้ เจริญสุขท่านสาธุชนทั้งหลาย ต่อไปนี้ขอเชิญรับฟังรายการธรรมะประทีปสถานีวิทยุFM จากวัดต้นสน จังหวัดอ่างทอง ขนาดคลื่น 100.5 MHz และ ออกอากาศทุกวัน 24 ชั่วโมงและทางสถานีวิทยุกองพล ปตอ ขนาดคลื่น 594 ได้ในเวลา 5:30 น ถึง 6:00 น ได้เป็นประจำทุกวันและสาธุชนทั้งหลายจะไปบวชเนกขัมมะ บวชชีพราหมณ์ปฏิบัติธรรมที่วัดต้นสนได้ทุกวัน และขอเชิญชวน ไปร่วมพิธี สวดมนต์ วันที่ 31 ธันวาคม2566 และ วันที่ 1มกราคม 2567 ที่วัดต้นสนจัดการบวชเนกขัมสวดมนต์ ข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี บวชได้ 3 วัน คือวันที่ 30 - 31 ธค. 66 วันที่ 1 มค.67 ได้ถึง 2 เดือน คือ เดือน ธค. และ เดือน มค. สอง ปี คือ พศ.2566 และ พศ.2567 เฉพาะวันที่ 31 ธ.ค.2566 เวลา 16.00 น. มีการแห่บายศรี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เวลา 19.00 น. พระอาจารย์ราชันย์พร้อมด้วยคณะทำพิธีเบิกบายศรี ติดต่อสอบถามรายละเอียด ที่เบอร์โทรศัพท์ 086 122 5888 โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงเทพ บัญชีเลขที่ 384 0 384 691 ได้ทุกวันเทอญ. เชิญเป็นเจ้าภาพห้องน้ำห้องสุขา ที่ตึกวิปัสสนา เกศแก้วจุฬามณี 120 ห้อง ๆ ละ 25.000 บาท ท่านผู้เดียวรับเป็นเจ้าภาพ 1 ห้อง หรือหลาย ๆ ท่าน รวมกัน 1 ห้อง ก็ได้ หรือจะบริจาคร่วมตามศรัทธาก็ได้ เจ้าภาพห้องสุขา 1.พระเทพสุวรรณมุนี เจ้าอาวาสวัดต้นสน อ่างทอง จำนวน 1 ห้อง (2) แม่ชีสุพรรษา จุลบุตร วัดต้นสน อ่างทอง เจ้าภาพห้องสุขา 1 ห้อง 2.5000 อุทิศให้เตี่ยยู้ แม่แสวง จุลบุตร (3) คุณบุญพร พฤกษ์รุ่งโรจน์ 25.000 บาท (4) คุณชูชัย คุณสุปราณี จตุพิธพรจันทร์ เจ้าภาพห้องสุขา 1 ห้อง (5) คุณไสว ยาหอม คุณหวังดีทัพวงค์ พร้อมครอบครัว 1 ห้อง 2.5000 บาท อุทิศให้ พ่อพรวน และ ด.ต. หญิงสมัญา ยาหอม (6) คุณปราณี นีซัง แม่ชีทิพยา เหมือนแววเพชร์ 2.5000 บาท (7) คุณอำนวย ลือไชยคราม จ.นทบุรี 2.5000 บาท (8) คุณภมรมาศ ฉัตรฉายา กทม. 1 ห้อง 2.5000 บาท (9) คุณนันท์นภัส นายสตีเว่นชาร์ล ชิดติด เจ้าภาพห้องสุขา 1 ห้อง 2.5000 บาท (10) คุณวนิดา พรหมสุวรรณ คุณวิมล รุ่งเรื่องพัฒนา เจ้าภาพห้องสุขา 1 ห้อง (11) คุณเยาวลักษณ์ เสียงสุวรรณ 10.000 บาท (12) คุณมลฤดี แซ่อั้ง รับ 1ห้อง แต่ผ่อนส่ง (13) คุณงึ่งกี่ มาลัยกฤษณะชลี หขก.อ่างทองการยาง 10.000 บาท เชิญจอง ผ้าป่ามหาสงกรานต์ ทอดวันที่ 13 เมษายน 2567 เวลา 13.00 น. จองผ้าป่า ได้ที่ โทร.086 122 5888 จัดกระบวนแห่ผ้าป่ามหาสงกรานต์ 13 เมษายน 2567อย่างโหราฬ กองละ 1000 บาท รายชื่อเจ้าภาพ มี รายชื่อดังนี้ 1 พระเทพสุวรรณมุนี เจ้าคณะจังหวัดอ่างทอง 2 คุณยุวดี คนูดเซ่น 3 คุณวันเพ็ญ พลอยฉาย 4 คุณอภิกษณอรณ์ ลิ่วเฉลิมวงศ์ 5 คุณแม่บ่าย สุดใจ 6 คุณปรานี นีซัง 7 ร้านตุ๊กตุ๊ก USA 8 คุณธงชัย - คุณทัศนัย ทองเผือก 9 คุณทัศนัย 10 คุณอภิวัฒน์ 11 คุณจินตนา คงสอิ้งทอง 12 แม่พราหมณ์ขนิษฐา ศรีพันธ์ 13 คุณสมบูรณ์ ปิจะดี 14 คุณณัฐกฤตา เกรียงอุดม 15 คุณธัญญกานต์ อาจหาญ 16 คุณน้ำค้าง ภุมรินทร์ 17 แม่ชีพรรณี กลัดแก้ว 18 แม่ชีสุพรรษา จุลบุตร 19 คุณพรรษา วงษ์สิงห์ 20 คุณเรณู นาคบุญธรรม 21 คุณสุนันทา เสือแป้น 22 คุณอรทัย สมศรี 23 คุณแม่สำเนียง แย้มอุทัย คุณชาริต แย้มอุทัย 24 คุณจิดาภา จากฮ่องกง 25 คุณมลฤดี แซ่อั้ง 26 คุณเป้า 27 คุณแจน ปิ่นปั้น 28 คุณวรัญญา จุลบุตร 29 ว่าที่ร้อยตรีหญิง กิตติยา ทวนทอง 30 คุณอรอนงค์ ตรีครุฑพันธ์ 31 คุณปราณี สายบัว 32 คุณสายสมร ใจสาย 33 คุณวรรณา เทศทอง 34 คุณวิลาวรรณ ชื่นวิทยาพร 35 คุณธนเดช คุณอนันต์ 36 คุณเรณู สดมณี คุณสำเนียง ไผ่ชู 37 คุณบรรจง เอี่ยมสว่าง คุณอัจจิมา เอี่ยมสว่าง 38 คุณนงลักษณ์ เอี่ยมสว่าง คุณผกาพร เอี่ยมสว่าง 39 คุณศุภกร เอี่ยมสว่าง และครอบครัว 40 คุณจิราวัฒน์ เอี่ยมสว่าง และครอบครัว 41 คุณลำจวน ไผ่ชู คุณวัลภา ไผ่ชู คุณวนิดา ไผ่ชู 42 คุณมรรกรณ กวางทอง คุณคณิศร บุระเกศ และครอบครัว 43 คุณบุญช่วย ศรีนวล คุณสมพงษ์ นุสธรรม 44 คุณสีนวล แหยมนาค 45 คุณวิชัย คุณลำดวน เมฆฉาย 46 คุณสัญญา ปรีเปรม 47 คุณพยงค์ ดวงประทีป 48 แม่ชีกัลยกร ไข่ทองมาก 49 แม่ชีทิพยา เหมือนเพ็ชร 50 คุณเฉลียว แย้มสุริโยทัย 51 คุณอุบล ฉิม 52 คุณบังอร เรืองระยนต์ 53 คุณมณ๊ สินธพ 54 คุณสะท้าน ก่อเกิด 55 แม่ชีกิมล้วน ศรีกัญญา 56 คุณแม่เช้ง โพธิ์จิตร คุณวิจิตรา พิทักษ์วงศ์ 57 คุณธนัชพร เพ็ชรปานกัน 58 คุณเอกสิทธิ์ ขันทอง คุณพยอม ฤทธิ์เดช คุณประนอม ชัชวงษ์ 59 ครอบครัวห้างทองโชคดี จันทร์ชนะกุล - ลยางกูร 60 คุณสมจิตร ศรีนอบน้อม คุณวิรัตน์ โกมุธ 61 คุณสังเวียน สมบูรณ์สิน 62 คุณเตือนใจ - คุณนารถวรี ปัญญาคง 63 คุณจำเริญ - คุณธัญรัญ เอี่ยมกั๊ก 64 คุณศิริรัตน์ ศรีชาติ 65 คุณสุรินทร์ แดงสังวาลย์ 66 คุณแหม่ม อติแพทย์ 67 ครอบครัวแผนสท้าน 68 คุณมณีทิพย์ มียุ้ง แม่ประยูร แซ่อึ้ง 69 คุณอัมพร วงศ์โอภาส 70 คุณศรัณย์พร พึ่งอัมริตย์ 71 คุณนิตยา วงศ์เสือ 72 คุณกัลยา ภู่ชัยวัฒนานนท์ 73 คุณสุทิน - คุณสมศรี ใจซื่อ 74 คุณอภิกษณอรณ์ ลิ่วเฉลิมวงศ์ 75 คุณอริสรา จันทร์ศิริศานนท์ 76 คุณนภา สงัดทรัพย์ 77 คุณทองย้อย มั่นคง 78 คุณพิกุล ทองแพ 79 ร.ต.อ. ประสิทธิ์ บัวเลิง 80 คุณชิโรศิณี เทียนทรัพย์ 81 คุณกิม วงษ์อุบล คุณจงจิตร เพิ่มพูน 82 คุณเพ็ญจิตต์ โลหะทัต 83 คุณนิตญาภา 84 คุณสำเริง - คุณสมจิตต์ เมฆสอน 85 แม่ชีฉวีวรรณ โพธิ์แก้ว 86 แม่ชีรัตนาภรณ์ เจริญธรรม 87 คุณพัชรา สินสืบผลพันธ์ 88 คุณพรนิภา ซาโคว 89 คุณมาซามิ ซาโคว 90 คุณสุภาวรรณ แซ่เจี่ย 91 คุณทองหยิบ ดีศรีจันทร์ คุณยุพา จินตกวี 92 ว่าที่ร้อยตรีหญิงเกศินี สง่าวงศ์ 93 คุณมะลิ เกิดเทศ 94 แม่ชีจำลอง พงษ์เกตุ 95 คุณอภิวัฒน์ ทองเผือก 96 พ.อ.อ. ภูวดิท พิมเพราะ และครอบครัว 97 คุณกนกอร พวงลำเจียก 98 คุณจุไรรัตน์ ใจดี คุณอำไพ ซาวสืบ 99 คุณสุชาติ ธรรมพิทักษ์กุล 100 คุณสมพร ธรรมาพิทักษ์กุล 101 คุณพิชญา ธรรมาพิทักษ์กุล 102 คุณพิทยา อินทร์อำพัน คุณนเศ อินทร์อำพัน 103 คุณอิงเอ๋ย แจ้งวงศ์ 104 คุณสมพิศ นวมกระจ่าง 105 คุณอนุพงศ์ กันภัย คุณปวีณา ไม้สน 106 คุณนันทา คำพิจารณ์ 107 คุณกฤตธญาดา ศุภโชคขันธเขต 108 คุณดลภัคภ์ เกตุเทียน 109 คุณมาลัย จึงบุญมา 110 คุณเพชรรัตน์ คงสินเฉลิมสุข คุณฐิติกาญน์ เกิดมณี 111 คุณนิลาภ เงินงาม 112 คุณกฤติกา ชุมพล 113 คุณอดิศักดิ์ บุรา 114 คุณละออ กลิ่นจันทร์ 115 คุณธงชัย ทองเผือก 116 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม 117 คุณพรพิมล คล้ายมาลี 118 คุณดาราวรรณ เอี่ยมแจง 119 คุณเจนณรงค์ - คุณณิชาภัทร จุฑารัตน์ 120 คุณสุภัคสินี รอญยุทธ 121 คุณโสภิดา คโนเร็น 122 คุณนารีรัตน์ ศิลาการกุล คุณขวัญฤทัย ศิลาการกุล 123 แม่ชีสุมล ประจุพร 124 คุณณพสันต์ ทองอินท้าว 125 คุณสุนันท์ บุญทวี คุณชัญญภัทร พัฒนสิทธา

 

ประชาสัมพันธ์

ทอดผ้าป่าบูรณะทาสีอุโบสถ

วันที่ 13 เมษายน 2567

     การร่วมทำบุญในการบูรณะกำแพงโบสถ์ที่วัดต้นสนนั้น ถือเป็นการสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ ซึ่งหลวงพ่อดำผู้ศักดิ์สิทธิ์นั้น เปรียบเสมือนกำแพงแห่งบุญที่คอยปกป้องและรักษาชีวิต รวมถึงทรัพย์สินให้มั่นคง แข็งแรง ปลอดจากโรคภัยและอันตรายทุกประการ

 

วัดต้นสน ต.ตลาดหลวง อ.เมือง จ.อ่างทอง ๑๔๐๐๐ 

 

โทรสอบถามได้ที่เบอร์วัด 035-611198 / 086-122-5888

 


 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์

เชิญบวชเนกขัมมะ ที่วัดต้นสน  อ่างทอง   ได้ทุกวัน  เวลา  ๑๗.๐๐ น 

สั่งน้ำมันว่าน 108 ยาสมุนไพร หนังสือสวดมนต์ ได้ที่ไลน์ไอดี 0861225888   

 

   

                                                     Tiktok วัดต้นสน   Facebook วัดต้นสน

ร่วมสวดมนต์ออนไลน์

ทำวัตรเช้า  เริ่ม ๐๔.๐๐น.

ทำวัตรเย็น  เริ่ม ๑๘.๐๐น.

 

 

 
*******เขอเชิญบวชเนกขัมมะ วัดต้นสน อ่างทอง วันที่ 3-4-5 มิถุนายน 2566วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ความหมายของ "วันวิสาขบูชา" หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า 3 ประการ คือ เป็นวันประสูติ ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า และปรินิพพาน ในปี 2566 วันวิสาขบูชา ตรงกับวันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน 2566ความหมายของคำว่า "วิสาขบูชา" วิสาขบูชา หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน 6 วิสาขบูชา ย่อมาจาก "วิสา - ขบุรณมีบูชา" แปลว่า "การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ" ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนไปเป็นกลางเดือน 7 วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิด ได้ตรัสรู้ คือสำเร็จ ได้ปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกันทั้ง 3 คราวคือประสูติ เป็นวันประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ณ ลุมพินีสถาน เมื่อวันเพ็ญเดือน 6 ตรงกับวันศุกร์ขึ้น 15 ค่ำ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี เมื่อพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ พระนางได้รับพระบรมราชานุญาต จากพระสวามี ให้แปรพระราชฐานไปประทับ ณ กรุงเทวทหะ ซึ่งเป็นพระนครเดิมของพระนาง เพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตามประเพณีนิยมในสมัยนั้น ขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละ ณ สวนลุมพินีวัน พระนางก็ได้ประสูติพระโอรส ณ ใต้ต้นสาละนั้น ครั้นพระกุมารประสูติได้ 5 วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า "สิทธัตถะ" ซึ่งต่อมาพระองค์ได้ออกบวช จนบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ (ญาณอันประเสริฐสูงสุด) สำเร็จเป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า จึงถือว่าวันนี้เป็นวันประสูติของพระพุทธเจ้าตรัสรู้ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ อนุตตรสัมโพธิญาณ ณ ร่มพระศรีมหาโพธิบัลลังก์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เมื่อวันเพ็ญเดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 45 ปี การตรัสอริยสัจสี่ คือของจริงอันประเสริฐ 4 ประการ ของพระพุทธเจ้า เป็นการตรัสรู้อันยอดเยี่ยม ไม่มีผู้เสมอเหมือน วันตรัสของพระพุทธเจ้า จึงจัดเป็นวันสำคัญ เพราะเป็นวันที่ให้เกิดมีพระพุทธเจ้าขึ้นในโลกชาวพุทธทั่วไป จึงเรียกวันวิสาขบูชาว่า วันพระพุทธ(เจ้า) อันมีประวัติว่า พระมหาบุรุษทรงบำเพ็ญเพียรต่อไป ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์นั้น ทรงเริ่มบำเพ็ญสมาธิให้เกิดในพระทัย เรียกว่าการเข้า "ฌาน" เพื่อให้บรรลุ "ญาณ" จนเวลาผ่านไปจนถึง ...* ยามต้น : ทรงบรรลุ "ปุพเพนิวาสานุติญาณ" คือทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่น * ยามสอง : ทรงบรรลุ "จุตูปปาตญาณ" คือการรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลาย * ยามสาม : ทรงบรรลุ "อาสวักขญาณ" คือรู้วิธีกำจัดกิเลสด้วย อริยสัจสี่ ( ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ) ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน ๖ ซึ่งขณะนั้น พระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ ๓๕ พรรษา ธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ (อริยสัจ 4) หรือ ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ ได้แก่...1. ทุกข์ คือ ความลำบาก ความไม่สบายกายไม่สบายใจ2. สมุทัย คือ เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ 3. นิโรธ คือ ความดับทุกข์ และ 4. มรรค คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งทุกข์ทั้ง 4 ข้อนี้ถือเป็นสัจธรรม เรียกว่า อริยสัจ เพราะเป็นสิ่งที่พระอริยเจ้าทรงค้นพบ เป็นสัจธรรมชั้นสูง ประเสริฐกว่าสัจธรรมสามัญทั่วไป3. ปรินิพพาน เป็นวันปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ร่มไม้รัง (ต้นสาละ) คู่ ในสาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์ ใกล้เมืองกุสินารา เมื่อวันเพ็ญเดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 1 ปี วันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน (ดับสังขารไม่กลับมาเกิดสร้างชาติ สร้างภพอีกต่อไป) การปรินิพพานของพระพุทธเจ้าก็ถือเป็นวันสำคัญของชาวพุทธทั่วโลกเพราะชาวพุทธทั่วโลกได้สูญเสียดวงประทีป ของโลก เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่และครั้งสำคัญชาวพุทธทั่วไปมีความเศร้าสลด เสียใจและอาลัยสุดจะพรรณนา อันมีประวัติว่าเมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้และแสดงธรรมมาเป็นเวลานานถึง 45 ปี ซึ่งมีพระชนมายุได้ 80 พรรษา ได้ประทับจำพรรษา ณ เวฬุคาม ใกล้เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ในระหว่างนั้นทรงประชวรอย่างหนัก ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 6 พระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ก็ไปรับภัตตาหารบิณฑบาตที่บ้านนายจุนทะ ตามคำกราบทูลนิมนต์ พระองค์เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจทำถวาย ก็เกิดอาพาธลง แต่ทรงอดกลั้นมุ่งเสด็จไปยังเมืองกุสินารา ประทับ ณ ป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ในราตรีนั้น ได้มีปริพาชกผู้หนึ่ง ชื่อสุภัททะขอเข้าเฝ้า และได้อุปสมบทเป็นพระพุทธสาวกองค์สุดท้าย เมื่อถึงยามสุดท้ายของคืนนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงประทานปัจฉิมโอวาทว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้ บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด" หลังจากนั้นก็เสด็จเข้าดับขันธ์ปรินิพพาน ในราตรีเพ็ญเดือน 6 นั้น ประวัติความเป็นมาของวันวิสาขบูชาในประเทศไทย วันวิสาขบูชา นี้ ปรากฏตามหลักฐานว่า ได้มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งสันนิษฐานว่า คงจะได้แบบอย่าง มาจากลังกา กล่าวคือ เมื่อประมาณ พ.ศ. 420 พระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกา ได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาอย่าง มโหฬาร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา กษัตริย์ลังกาในรัชกาลต่อ ๆ มา ก็ทรงดำเนินรอยตาม แม้ปัจจุบันก็ยังถือปฏิบัติอยู่ สมัยสุโขทัยนั้น ประเทศไทยกับประเทศลังกามีความสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนาใกล้ชิดกันมากเพราะ พระสงฆ์ชาวลังกา ได้เดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา และเชื่อว่าได้นำการประกอบพิธีวิสาขบูชามาปฏิบัติในประเทศไทยด้วยใน หนังสือนางนพมาศได้กล่าวบรรยากาศการประกอบพิธีวิสาขบูชาสมัยสุโขทัยไว้ พอสรุปใจความได้ว่า"เมื่อถึงวันวิสาขบูชา พระเจ้าแผ่นดิน ข้าราชบริพาร ทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายในตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัยทั่วทุก หมู่บ้านทุกตำบล ต่างช่วยกันทำความสะอาด ประดับตกแต่งพระนครสุโขทัยเป็นการพิเศษ ด้วยดอกไม้ของหอม จุดประทีปโคมไฟแลดูสว่างไสวไปทั่วพระนคร เป็นการอุทิศบูชาพระรัตนตรัย เป็นเวลา 3 วัน 3 คือ พระมหากษัตริย์ และบรมวงศานุวงศ์ ก็ทรงศีล และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ ครั้นตกเวลาเย็น ก็เสด็จพระราช ดำเนิน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และนางสนองพระโอษฐ์ตลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ไปยังพระ อารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธานส่วนชาวสุโขทัยชวนกันรักษาศีล ฟังธรรมเทศนา ถวายสลากภัต ถวายสังฆทาน ถวายอาหารบิณฑบาต แด่พระภิกษุ สามเณรบริจาคทรัพย์แจกเป็นทานแก่คนยากจน คนกำพร้า คนอนาถา คนแก่ คนพิการ บางพวกก็ชวนกันสละทรัพย์ ปล่อยสัตว์ 4 เท้า 2 เท้า และเต่า ปลา เพื่อชีวิตสัตว์ให้เป็นอิสระ โดยเชื่อว่าจะทำให้คนอายุ ยืนยาวต่อไป "ในสมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ด้วยอำนาจอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ เข้าครอบงำประชาชนคนไทย และมีอิทธิพลสูงกว่าอำนาจของพระพุทธศาสนา จึงไม่ปรากฎหลักฐานว่า ได้มีการประกอบพิธีบูชาในวันวิสาขบูชา จนมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. 2360) ทรงดำริกับ สมเด็จพระสังฆราช (มี) สำนักวัดราชบูรณะ มีพระราชประสงค์จะให้ฟื้นฟู การประกอบพระราชพิธีวันวิสาขบูชาขึ้นใหม่ โดย สมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพรให้ทรงทำขึ้น เป็นครั้งแรกในวันขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 6 พ.ศ. 2360 และให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิมทุกประการ เพื่อมีพระประสงค์ให้ประชาชนประกอบการบุญการกุศล เป็นหนทางเจริญอายุ และอยู่เย็นเป็นสุขปราศจากทุกข์โศกโรคภัย และอุปัทวันตรายต่างๆ โดยทั่วหน้ากัน ฉะนั้น การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชาในประเทศไทย จึงได้รื้อฟื้นให้มีขึ้นอีกครั้งหนึ่งในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 และถือปฏิบัติมาจวบจนกระทั่งปัจจุบันการจัดงานเฉลิมฉลองในวันวิสาขบูชาที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกยุค ทุกสมัย คงได้แก่การจัดงานเฉลิมฉลอง วันวิสาขบูชา พ.ศ.2500 ซึ่งทางราชการเรียกว่างาน " ฉลอง 25 พุทธศตวรรษ " ตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 18 พฤษภาคม รวม 7 วัน ได้จัดงานส่วนใหญ่ขึ้นที่ท้องสนามหลวง ส่วนสถานที่ราชการ และวัดอารามต่างๆ ประดับธงทิวและโคมไฟสว่างไสวไปทั่วพระ ราชอาณาจักร ประชาชนถือศีล 5 หรือศีล 8 ตามศรัทธาตลอดเวลา 7 วัน มีการอุปสมบทพระภิกษุสงฆ์รวม 2,500 รูป ประชาชน งดการฆ่าสัตว์ และงดการดื่มสุรา ตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 14 พฤษภาคม รวม 3 วัน มีการก่อสร้าง พุทธมณฑล จัดภัตตาหาร เลี้ยงพระภิกษุสงฆ์วันละ 2,500 รูป ตั้งโรงทานเลี้ยงอาหารแก่ประชาชน วันละ 200,000 คน เป็นเวลา 3 วัน ออกกฎหมาย สงวนสัตว์ป่าในบริเวณนั้น รวมถึงการฆ่าสัตว์ และจับสัตว์ในบริเวณวัด และหน้าวัดด้วย และได้มีการปฏิบัติธรรมอันยิ่งใหญ่ อย่างพร้อมเพรียงกัน เป็นกรณีพิเศษ ในวันวิสาขบูชาปีนั้นด้วยความสำคัญของวันวิสาขบูชาพระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และเสด็จดับขันธปรินิพพานเวียนมาบรรจบในวันและเดือนเดียวกัน คือ วันเพ็ญเดือนวิสาขะ จึงถือว่าเป็นวันที่สำคัญของพระพุทธเจ้า หลักธรรมอันเกี่ยวเนื่องจากการประสูติ ตรัสรู้และเสด็จดับขันธปรินิพพาน คือ ความกตัญญู อริยสัจ ๔ และความไม่ประมาท ประวัติความเป็นมาส่วนที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญที่สุดของพระพุทธศาสนา เนื่องจากมีเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๓ อย่าง เกิดขึ้นในวันเดียวกันคือ ประสูติ ตรัสรู้ธรรม และปรินิพพาน วันวิสาขบูชาตรงกับวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ชาวพุทธศาสนิกชนทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับวันวิสาขบูชา นี้ และเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒ สหประชาชาติได้ยอมรับญัตติที่ประชุม กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลก และเป็นวันหยุดวันหนึ่งของสหประชาชาติ เพื่อให้ชาวพุทธทั่วโลกได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญเนื่องในวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระบรมศาสดา เจ้าชายสิทธัตถะ ประสูติเมื่อ ๒๖๐๐ กว่าปี ล่วงมาแล้ว พระ บิดาพระนามว่าพระเจ้าสุทโธทนะ พระมารดาพระนามว่าพระนางสิริมหามายา ก่อนที่พระองค์จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์เป็นเจ้าชายในราชสกุลโคตมะ แห่งเมืองกบิลพัสดุ์ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย คำว่า 'พุทธ' หรือ 'พุทธิ' ในภาษาบาลีและสันสกฤตมีความหมายเหมือนกัน แปลว่า ปัญญา หรือ การตรัสรู้จากคำสอนในพระไตรปิฎกกล่าวว่า พระพุทธเจ้าคือผู้ที่ตรัสรู้เองโดยชอบ ทรงเป็นผู้รู้สัจจธรรม และทรงมีพระญาณทัศนะกว้างไกลที่พระองค์ทรงรู้เห็นกำเนิด และความเป็นไปของสัตว์โลกตลอดภพสาม มีพระพุทธเจ้านับไม่ถ้วนพระองค์ได้อุบัติขึ้นในโลกนี้ เมื่อแต่ละพระองค์ตรัสรู้ธรรมอันประเสริฐแล้ว ทรงสั่งสอนธรรมะเพื่อให้ชาวโลกพ้นจากวัฏสงสารด้วยมหากรุณา จากพระไตรปิฏก "อปทานสูตร และพุทธวงศ์" กล่าวถึงการสร้างบารมีของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ นานนับอสงไขยกว่าที่จะบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ แม้ในขุททกนิกาย ชาดก ได้เล่าการสร้างบารมีถึง ๕๔๗ ชาติของพระโพธิสัตว์ที่บำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศ มาตลอดกว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในพระชาติสุดท้าย เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงเป็นผู้มีบุญที่เพียบพร้อมด้วยสติปัญญา และความเมตตา หลังจากเจ้าชายสิทธัตถะประสูติได้เพียง ๗ วัน พระมารดาก็สวรรคต พระน้านางคือพระนางปชาบดีโคตมี เป็นผู้บำรุงเลี้ยงรักษา หลังจากประสูติได้ไม่นาน พระบิดาได้อัญเชิญอสิตดาบสมาทำนายอนาคตของเจ้าชายสิทธัตถะ อสิตดาบสแสดงอาการประหลาดต่อหน้าพระที่นั่งคือ หัวเราะและร้องไห้ หัวเราะเพราะดีใจที่ได้เห็นเจ้าชายสิทธัตถะ และได้ทำนายว่าเจ้าชายจะตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแน่นอน แต่ร้องไห้เพราะอสิตดาบสนั้นจะมีอายุไม่ยืนยาวทันรับฟังคำสอนของพระพุทธเจ้า พระองค์นี้ คำทำนายนี้ได้รับการยืนยันจาก โกณฑัญญะ ซึ่งเป็นดาบสอีกท่านหนึ่งที่ทำนายว่า เจ้าชายสิทธัตถะจะสละราชสมบัติ เมื่อผนวชแล้วจะบรรลุธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนดาบสอื่นๆ ล้วนทำนายว่า ถ้าเจ้าชายสิทธัตถะไม่ทรงผนวช จะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ คำทำนายดังกล่าวสร้างความตระหนกพระทัยแก่พระเจ้าสุทโธทนะเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงปรารถนาจะให้เจ้าชายสิทธัตถะปกครองแว่นแคว้นสืบทอดราชบัลลังก์ต่อ ..

ฟังวิทยุออนไลน์

-8db85d7cd7b2f318.jpeg

3d2ff8875226df675c5da9d950b8d614.png

บทความ

  • สิ่งที่ต้องเตรียม
    สิ่งที่ต้องเตรียม สิ่งที่ต้องเตรียมมาเมื่อมาบวชพราหมณ์/ชีพราหมณ์วัดต้นสน จ.อ่างทอง ๑. ชุดชีพราหมณ์ เ...
  • กำหนดการปฏิบัติธรรม
    กำหนดการปฏิบัติธรรมในแต่ละวัน ๐๔.๐๐ - ๐๖.๐๐ ทำวัตรเช้า ๐๗.๐๐ - ๐๘.๐๐ ฉันภัตตาหารเช้า ...
  • กฐิน
    กฐิน จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี บทความจากhttps://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%90%E0%B8%B...
  • วันเข้าพรรษา
    วันเข้าพรรษา จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99...

วิดีโอกิจกรรมต่างๆของทางวัด

Visitors: 242,136